สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม
“สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility Institute : CSRI)” ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้เจตนารมณ์ในการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของภาคธุรกิจ โดยสถาบันจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมแนวคิดและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแก่หน่วยงานในภาคธุรกิจ
ด้วยการสนับสนุนของภาครัฐ ภาคเอกชน โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ร่วมกับ 10 ผู้นำองค์กรจากภาคธุรกิจ ได้แก่
- ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์
- นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน
- นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
- รองประธานหอการค้าไทย
- เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย
- และอุปนายกสมาคมบริษัทจดทะเบียน
ร่วมเป็นเกียรติเปิดตัวสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม ในวันที่ 24 กันยายน 2550 ด้วยการสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ท่านประธานกรรมการ ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ได้กล่าวไว้ว่า
“ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเห็นความสำคัญและกำหนดให้การเป็นต้นแบบของการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ส่วนรวมเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ และพร้อมที่จะเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนภารกิจของการส่งเสริมความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจะทำงานเคียงคู่กับภาคธุรกิจและภาคสังคมผ่าน “สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม” เพื่อเชื่อมโยงพลังจากภาคธุรกิจ ในการช่วยเหลือสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม”
ปี 2553 สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม ดำเนินการภายใต้ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ศูนย์พัฒนาธุรกิจตลาดทุน ซึ่งมีหน่วยงานย่อยอื่นๆ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CG Center) ศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อตลาดทุน (Enterprise Development Center) ที่ดำเนินงานประสานอย่างบูรณาการเพื่อพันธกิจในการพัฒนาความเข้มแข็งของตลาดทุนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยการดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่
• ส่งเสริมองค์กรตัวแทนต่างๆ ในตลาดทุนไทยให้มีมาตรฐานและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยยะเพื่อสนับสนุนให้การพัฒนาตลาดทุนไทยเป็นวาระแห่งชาติ
• พัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นแหล่งเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยการพัฒนามูลค่าเพิ่มในรูปของความชำนาญและมาตรฐานที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
• ส่งเสริมความความเข้าใจของสังคม ผู้ประกอบการและนักลงทุนต่อการมีส่วนร่วมในตลาดทุนอย่างเหมาะสม โดยเน้นในเรื่องของประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและหลักธรรมาภิบาล
