Green Business กับงานด้านสิ่งแวดล้อม อนาคตสดใสของโลกวันนี้
ปัจจุบันทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชนหันมาทุ่มเม็ดเงินลงทุนด้าน สิ่งแวดล้อมและ พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้น เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก ทำให้ธุรกิจสีเขียวเป็นกระแสของอนาคตที่ทั้งสร้างแรงงาน “Green Collar” ลดการว่างงาน ช่วยทำให้ระบบเศรษฐกิจเคลื่อนตัวต่อไปได้ และสร้างผลดีแก่สิ่งแวดล้อม ลดปัญหาภาวะโลกร้อนควบคู่กันไป
ธุรกิจสีเขียว หรือ Green Business คือ กิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้วัสดุธรรมชาติ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมไม่ให้สร้างของเสียหรือก่อมลพิษส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม การประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมนี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจที่ล่มสลาย ราคาพลังงานและอาหารถีบตัวสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยทั้งสามอย่างนี้ กลุ่ม Green New Deal อันประกอบไปด้วยนักคิด นักหนังสือพิมพ์และนักวิชาการตะวันตกที่มีจุดยืนร่วมกันในเรื่อง การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เป็นไปอย่างยั่งยืนโดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกมันว่า Triple Crunch ซึ่ง ทำให้ทราบว่าการพัฒนาเศรษฐกิจแบบที่พวกเราปฏิบัติกันมาตลอดนั้นไม่ถูกทาง และควรหันมาลงทุนเรื่องโครงสร้างพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่จะนำไปสู่ความ ยั่งยืนมากกว่า

ในอเมริกาและยุโรป ธุรกิจสีเขียวและการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวได้รับความสนใจและสามารถสร้างงาน และรายได้ขึ้นมาจำนวนมาก โดยผู้นำของประเทศต่างๆ เห็นพ้องกันที่จะใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาโครงการประหยัด พลังงานและโครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน อาทิ บารัค โอบามา ประธานธิบดีสหรัฐฯ ที่ประกาศแผนยุทธศาสตร์ว่าจะทุ่มเงิน 150,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี เพื่อสร้างให้สหรัฐฯ สามารถพึ่งตัวเองทางด้านพลังงานได้ และสามารถสร้างการจ้างงานใหม่ได้ไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน ประเทศเยอรมนีเองก็ได้ใช้เงินดำเนินการกว่า 240,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาพลังงานทางเลือก ซึ่งสามารถจ้างงานได้กว่า 250,000 คน ซึ่งมีการคาดกันว่าในประมาณหลังปี 2020 กิจการด้านพลังงานดังกล่าวจะก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ ของเยอรมนีเสียอีก
อย่างเอเชียเรา นายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีของจีน ก็เห็นความสำคัญของประเด็นสิ่งแวดล้อมไม่น้อย เพราะถึงขณะนี้จีนได้แซงหน้าประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศในด้านเทคโนโลยี พลังงาน เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งยังลงทุนอย่างหนักในกลุ่มธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ธุรกิจ ต่างๆ ในทุกวันนี้หากขาดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ยังถือเป็นการลดมูลค่าของสินค้าและบริการลง เพราะกลุ่มธุรกิจทั่วโลกได้ใช้เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นนโยบาย สำคัญที่จะเลือกทำธุรกิจด้วย เช่น สินค้าที่จะส่งขายไปยังตลาดสหภาพยุโรป นอกจากจะต้องมีมาตรฐาน ความปลอดภัย และคุณภาพสูงแล้วต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นด้วย จึงจะผ่านตลาดยุโรปได้ หรือกรณีธุรกิจ IKEA ผู้นำอุตสาหกรรมอุปกรณ์ตกแต่งบ้านสัญชาติสวีเดนที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม มาก ก็มีนโยบายชัดเจนว่าจะร่วมทำธุรกิจกับ Supplier ที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน

Green Business สร้างงานสร้างอาชีพด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย เช่น ในงาน Green Jobs Fair ที่จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นครนิวยอร์ค เมื่อ ช่วงต้นปีนี้ มีองค์การหน่วยงานของรัฐบาล และบริษัทธุรกิจใหญ่ๆ มากมายมาหาคนไปร่วมงานที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ งานนี้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ ประมาณ 800 คน ให้ความสนใจและมองเห็นอนาคตจากงานนี้ เพราะคนกำลังให้ความสนใจในการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมและต้องการมีส่วนร่วม กับงานนี้ และนั่นก็เป็นผลดีทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตไปด้วยในเวลาเดียวกัน
หวังว่างานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างนี้จะเกิดขึ้นอีกมากมายในเมืองไทย!
