Skip to main content
สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม Corporate Social Responsibility Institute (CSRI) logo
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • ประวัติสถาบันฯ
    • วิสัยทัศน์
    • พันธกิจ
    • คณะที่ปรึกษา
    • CSR Awards
  • คลังความรู้
    • Climate Change
    • CSR
    • CSR Clip
    • Responsible Finance
    • Sustainability Report / Standard / Guideline
    • Social Enterprise
    • Social Responsible Investment
    • กฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องด้าน CSR
    • นวัตกรรม
    • เอกสารเผยแพร่
  • ฐานข้อมูล
    • บริษัททั่วไป
    • บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
      • เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
      • เทคโนโลยี
      • ธุรกิจการเงิน
      • สินค้าอุปโภคบริโภค
      • สินค้าอุตสาหกรรม
      • บริการ
      • อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
      • ธุรกิจขนาดกลาง (mai)
    • มูลนิธิ
    • เครือข่ายภาคี
    • สื่อ
    • แนวคิดธุรกิจและการจัดการ
    • ผลิตภัณฑ์สีเขียว
    • CSR Showcase
  • โครงการ
    • พนักงาน/องค์กร
    • เยาวชน สตรี คนชรา ผู้ด้อยโอกาส
    • สิ่งแวดล้อม
    • เทคโนโลยี
    • ชุมชน/สังคม
    • ศิลปะ วัฒนธรรม
    • พลังงาน
    • การเงิน
  • กิจกรรม
    • กิจกรรมทั่วไป
    • กิจกรรมของ CSRi
  • ทันเหตุการณ์
    • ข่าวทั่วไป
    • CSRi ในข่าว
  • ติดต่อเรา
  • ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
    • พลังงานและสิ่งแวดล้อม
    • องค์กรเพื่อการพัฒนาและสังคมของไทย
      • เอกชน
      • องค์กรรัฐ
      • องค์การมหาชน
    • องค์กรเพื่อการพัฒนาและสังคมในต่างประเทศ
    • เกษตรกรรม
    • นวัตกรรมและเทคโนโลยี
    • ตลาดหลักทรัพย์และการลงทุน
    • การเงินและธนาคาร
    • อื่น ๆ
    • CSR Consulttant & Assurance
    • CSR Survey & Rating
    • CSR Guildelines ต่างประเทศ
    • CSR Initiatives
หน้าแรก » Columnist » Corporate Sustainability » CSR –DIW โฉมใหม่กับ ISO 26000 : “รวมพลังอุตสาหกรรมไทย บนเส้นทางความรับผิดชอบต่อสังคม”

CSR –DIW โฉมใหม่กับ ISO 26000 : “รวมพลังอุตสาหกรรมไทย บนเส้นทางความรับผิดชอบต่อสังคม”

เขียนโดย Webmaster เมื่อ กรกฎาคม 8, 2011 - 11:00am

CSR –DIW โฉมใหม่กับ ISO 26000 : “รวมพลังอุตสาหกรรมไทย บนเส้นทางความรับผิดชอบต่อสังคม”

ความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ (Corporate Social Responsibility: CSR) ได้รับความสำคัญจากภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากการดำเนินงานในภาคอุตสาหกรรมต้องใช้ทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการทำ CSR ขององค์กรในภาคอุตสาหกรรม จึงมีบทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ

รูปแบบการทำ CSR จะมุ่งเน้นการจัดการภายในองค์กร หรือ CSR in-process ที่ครอบคลุมกระบวนการทำงานทั้งหมดขององค์กร (Production and Operation) รวมถึงการบริหารจัดการวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Cradle-to-Grave) ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิต การดูแลพนักงานและความปลอดภัยในที่ทำงาน การป้องกันและจัดการมลพิษในกระบวนการผลิต เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชน การประหยัดพลังงานและการไม่ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง การควบคุมคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานข้อกำหนดในฉลากผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการขยะ จนถึงกระบวนการขนส่งสินค้า


ภาพที่ 1 ตัวอย่างผลกระทบจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเหมืองแร่

ภาพตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศทางดิน และทางน้ำ การปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2)สู่ชั้นบรรยากาศส่งผลกระทบทางตรงต่อสังคมและภาวะโลกร้อน การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่หรือกระบวนการผลิตส่งผลให้เกิดการเสื่อมสภาพของพื้นดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ และการบริหารจัดการของเสียอย่างไม่มีประสิทธิภาพทำให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว

กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการบริหารจัดการและกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมรวมถึงวัตถุอันตราย การผลิต สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อตกลง และกฎระเบียบระหว่างประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผลประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในการทำ CSR จึงได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมการมีความรับผิดชอบต่อสังคมของโรงงานอุตสาหกรรม (Corporate Social Responsibility - Department of Industrial Works: CSR-DIW) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 2551 เพื่อเป็นเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมในด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยมุ่งเน้นการสร้างรูปแบบความร่วมมือ ที่ใช้ศักยภาพความสามารถของแต่ละองค์กรมาร่วมกันดำเนินกิจกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552-2553 มีโรงงานอุตสาหกรรมที่สนใจเข้าร่วมโครงการและได้รับการทวนสอบจนได้รับเกียรติบัตร CSR-DIW และได้รับเชิญและสมัครเข้าเป็นสมาชิกมากกว่า 250 แห่งนอกจากนี้ยังได้เชิญผู้แทนของอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้แทนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการบริหารเครือข่ายเห็นชอบให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์เพื่อกำกับดูแลด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

ดังเป็นที่ทราบกันแล้วว่ามาตรฐาน ISO (The International Organization for Standardization) เกิดจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานที่มีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมและมีสมาชิก 163 ประเทศทั่วโลกได้ประกาศใช้มาตรฐาน ISO 26000 เมื่อวันที่ 1พฤศจิกายน 2553 ซึ่งเป็นมาตรฐานความสมัครใจให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ซึ่งประกอบไปด้วย7 หลักการ (7 SR Principles) ดังภาพที่ 2 ต่อมาไม่ช้า กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงได้ดำเนินการพัฒนา “มาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคม พ.ศ. 2554 (CSR-DIW)” ภายใต้กรอบของISO 26000และได้มีการจัดสนทนากลุ่มเพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติในครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 3 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากคุณธีระ หงส์รพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ เป็นประธานในการประชุม และมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นผู้แทนจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) หน่วยงานราชการ 1 ท่านและองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ CSR รวมมากกว่า 20 ท่าน


ภาพที่ 2 หลักการของ ISO 26000

ทางด้านเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม

ภาพที่ 3 องค์ประกอบของมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม CSR-DIW

 

จากภาพในอดีตบททบาทหน้าที่ของรัฐถูกกำหนดอยู่ในกรอบของนโยบายและกฏหมาย โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่ในการตรวจสอบกำกับดูแลสถานประกอบการอุตสากรรม ซึ่งการที่ผู้ประกอบการใช้ทรัพยากรมากจึงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และจากการที่ชุมชนขาดความรู้ความเข้าใจถึงกระบวนการดำเนินงานภายในสถานประกอบการอุตสาหกรรมและขาดช่องทางการสื่อสารกับผู้ประกอบการ จึงทำให้เกิดมุมมองในด้านลบต่อสถานประกอบการและภาครัฐในปัจจุบัน จะเห็นได้ดังภาพที่ 3 ว่าหลักการความรับผิดชอบต่อสังคมได้ขยายบทบาทหน้าที่ของภาครัฐและผู้ประกอบการให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการดำเนินงานต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ศักยภาพในการช่วยเหลือผู้อื่นของตน จึงช่วยให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสามารถดำเนินกิจการร่วมกับชุมชนและได้รับการยอมรับอย่างยั่งยืน (License to operate)

ดังนั้น มาตรฐานCSR-DIW ปี พ.ศ. 2554 จึงนำหลักการ 236 ข้อจากทั้งหมด 288 ข้อของมาตรฐาน ISO 26000 มาประยุกต์โดยให้ความสำคัญต่อการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควบคู่ไปกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจทั้งภายในประเทศและในระดับสากล ประกอบด้วย 7 ประเด็นหลักดังนี้


ภาพที่ 4 ตารางหัวข้อหลักในการนำมาประเมินมาตรฐาน CSR-DIW

หัวข้อหลักในการนำมาประเมินมาตรฐาน CSR-DIW ตามกรอบของมาตรฐาน ISO 26000 นี้ครอบคลุมผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคมขององค์กร ซึ่งผู้ประกอบการอุตสาหกรรม จะต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกหัวข้อ แต่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการทุกประเด็นของหัวข้อหลัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในการดำเนินการที่จะตอบสนองต่อผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย กฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆ ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ต้องปฏิบัติมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมครบถ้วนทุกหัวข้อหลักและทุกประเด็นแต่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง(SMEs)สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ซึ่งสามารถศึกษาแนวทางการปฏิบัติในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดทำรายงานได้ที่เว็บไซต์ (http://csrdiwnetwork.com/csr2011/files/project/2554_en.pdf)

นอกจากนี้ เครือข่าย CSR-DIW ยังจัดกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ การศึกษาดูงานเพื่อเปลี่ยนความรู้ในการดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมระหว่างสมาชิกเครือข่ายมากกว่า 250 แห่งผู้ที่สนใจเข้าร่วมเครือข่ายCSR-DIWสามารถแจ้งความประสงค์ของท่านไปที่สำนักงานเลขานุการเครือข่ายและสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆได้ที่ www.csrdiwnetwork.com

สำนักงานเลขานุการเครือข่าย
1025 ชั้น 2, 11, และ 18 อาคารยาคูลท์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน
เขตพญาไท กทม 10400 โทร:0-2617-1727 ต่อ 811-815
E-mail: wipawinee@masci.or.th

  • Corporate Sustainability

Columnist Category

  • Anti-corruption
  • Corporate Sustainability
  • Happy Workplace
  • Responsible Finance
  • Social Enterprise
  • การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
  • จริยธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • สำนึกและจิตอาสา
  • เกษตรอินทรีย์ / ออแกนิก
  • เศรษฐกิจพอเพียง
  • แนวคิดและมุมมองด้าน CSR
  • แรงงานและสิทธิมนุษยชน
  • พลังงาน
  • เรื่องอื่นๆ
สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม Corporate Social Responsibility Institute (CSRI)
ชั้น 10 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โทร. 02 229 2604, 02 229 2605, 02 229 2608 โทรสาร 02 654 5414
E-mail: csri@set.or.th Syndicate content