องค์กรยั่งยืน ด้วยห่วงโซ่สังคม และพลังร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
วิกฤติเศรษฐกิจโลกอันรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ทุกภาคส่วนต่างหันกลับมามองวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหา แล้วจึงได้พบว่าการมุ่งสร้างผลกำไรสูงสุด หรือ profit maximization ของธุรกิจขนาดใหญ่ระดับโลกหลายๆ แห่งนี่เองที่เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ จนส่งผลต่อความมั่นคงขององค์กรและลุกลามเป็นวิกฤติไปทั่วโลก การหาวิธีจะทำให้เกิดสมดุลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกส่วนในห่วงโซ่สังคม จึงได้รับความสนใจมากขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินการไปได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งกระบวนทัศน์ดังกล่าว ได้แก่ การพิทักษ์รักษาสภาวะแวดล้อม (ecology) การสร้างผลตอบแทนและผลกระทบที่ดีต่อสังคม (social) และการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ถูกต้อง โปร่งใส ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม (governance)
งานสัมมนาเรื่อง องค์กรยั่งยืน ด้วยห่วงโซ่สังคม และพลังร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงได้เกิดขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงและนำเสนอแนวทางในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับ ผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจต่างๆ ดังกรณีของสำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย และร้านหนังสือชื่อดัง อย่างบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่กลุ่มผู้บริหารมีปณิธานในการดูแลพนักงานอันเป็นขุมกำลังสำคัญให้มีความ สุข โดยสร้างบรรยากาศการทำงานดีๆ ให้บุคลากรได้ใช้ศักยภาพทำงานอย่างเต็มที่ ให้รายได้ที่เหมาะสม และดูแลพนักงานรวมไปถึงครอบครัวให้มีความมั่นคงในชีวิต
สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นก็ต้องไม่ละเลย อาทิ การปฎิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกคนอย่างเท่าเทียม การดูแลลูกค้า การประกอบธุรกิจกับคู่ค้าด้วยความเป็นธรรม ร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่ หรือแม้แต่กับคู่แข่งธุรกิจที่จะต้องแข่งขันกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่กีดกันทางการค้า นอกจากนี้ยังต้องดูแลรับผิดชอบไปถึงประชาชนและสังคมภายนอก
สำหรับซีเอ็ดแล้ว CSR ไม่ได้เป็นกิจกรรมเสริม หากแต่ถือเป็นภารกิจหลักและเป็นวัฒนธรรมขององค์กร โดยมีเป้าหมายมุ่งพัฒนาคน เพื่อประเทศชาติให้แข็งแรง ตัวอย่างเช่น ปัญหาความอ่อนภาษาอังกฤษของคนไทย ซีเอ็ดจึงพัฒนาพจนานุกรมสำหรับคนไทยให้มีความทันสมัย ใช้งานได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูง หรือกรณีโครงการ Survivor Swimming เพื่อให้เด็กไทยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งซีเอ็ดก็ทำโครงการนี้ในโรงเรียนเพลินพัฒนาที่ซีเอ็ดร่วมก่อตั้งขึ้น หลังจากการทำ CSR ทำให้ซีเอ็ดพบว่า ประโยชน์ที่ได้จาก CSR นั้นมากมาย อาทิ พนักงานมีความภูมิใจและภักดีต่อองค์กร บริษัทก็สามารถรักษาพนักงานดีๆ ไว้ได้ ทั้งยังได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากสังคมภายนอก บริษัทเติบโตอย่างแข็งแรงยั่งยืน หุ้นในตลาดมีสภาพคล่อง มีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น
นอกจากนี้ในงานยังมีผู้บริหารจากฟาร์มโชคชัย ฟาร์มโคนมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ SCG หรือปูนซิเมนต์ไทย ผู้นำด้าน CSR ของไทย มาเล่าถึงประสบการณ์การทำ CSR ในแบบของพวกเขา เช่น ฟาร์มโชคชัยได้ใช้พื้นที่ว่างๆ ภายในฟาร์มสำหรับปลูกต้นไม้ จนกลายเป็นป่า ต่อมาจึงกลายเป็นไอเดียให้จัดเป็นฟาร์มโชคชัยแคมป์ ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาพักได้เป็นอย่างดี หรือตัวอย่างการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ SCG ซึ่งคำนึงถึงห่วงโซ่สังคม โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมและชุมชน ด้วยการช่วยเหลือให้ชุมชนสามารถดูแลตัวเองอยู่ได้ อาทิ โครงการสร้างฝายชะลอน้ำ ที่ศึกษาประโยชน์ร่วมกับชุมชน โครงการชมรมค่ายอาสาเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งดำเนินการมากว่า 30 กว่าปีแล้ว เป็นต้น
การทำ CSR นั้นเห็นกันแล้วว่ามีแต่ผลดี Win-win ทุกฝ่าย เมื่อองค์กรทำสิ่งที่ดีแล้ว สังคมย่อมจะเล็งเห็นและเป็นคนตัดสิน รวมไปถึงการสนับสนุนองค์กรนั้นๆ ทำให้ดำเนินธุรกิจอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
