Skip to main content
สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม Corporate Social Responsibility Institute (CSRI) logo
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับเรา
    • ประวัติสถาบันฯ
    • วิสัยทัศน์
    • พันธกิจ
    • คณะที่ปรึกษา
    • CSR Awards
  • คลังความรู้
    • Climate Change
    • CSR
    • CSR Clip
    • Responsible Finance
    • Sustainability Report / Standard / Guideline
    • Social Enterprise
    • Social Responsible Investment
    • กฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องด้าน CSR
    • นวัตกรรม
    • เอกสารเผยแพร่
  • ฐานข้อมูล
    • บริษัททั่วไป
    • บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
      • เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
      • เทคโนโลยี
      • ธุรกิจการเงิน
      • สินค้าอุปโภคบริโภค
      • สินค้าอุตสาหกรรม
      • บริการ
      • อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
      • ธุรกิจขนาดกลาง (mai)
    • มูลนิธิ
    • เครือข่ายภาคี
    • สื่อ
    • แนวคิดธุรกิจและการจัดการ
    • ผลิตภัณฑ์สีเขียว
    • CSR Showcase
  • โครงการ
    • พนักงาน/องค์กร
    • เยาวชน สตรี คนชรา ผู้ด้อยโอกาส
    • สิ่งแวดล้อม
    • เทคโนโลยี
    • ชุมชน/สังคม
    • ศิลปะ วัฒนธรรม
    • พลังงาน
    • การเงิน
  • กิจกรรม
    • กิจกรรมทั่วไป
    • กิจกรรมของ CSRi
  • ทันเหตุการณ์
    • ข่าวทั่วไป
    • CSRi ในข่าว
  • ติดต่อเรา
  • ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
    • พลังงานและสิ่งแวดล้อม
    • องค์กรเพื่อการพัฒนาและสังคมของไทย
      • เอกชน
      • องค์กรรัฐ
      • องค์การมหาชน
    • องค์กรเพื่อการพัฒนาและสังคมในต่างประเทศ
    • เกษตรกรรม
    • นวัตกรรมและเทคโนโลยี
    • ตลาดหลักทรัพย์และการลงทุน
    • การเงินและธนาคาร
    • อื่น ๆ
    • CSR Consulttant & Assurance
    • CSR Survey & Rating
    • CSR Guildelines ต่างประเทศ
    • CSR Initiatives
หน้าแรก » Columnist » Corporate Sustainability » ความโปร่งใสในระดับ CSR กับการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน

ความโปร่งใสในระดับ CSR กับการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน

เขียนโดย Webmaster เมื่อ กรกฎาคม 12, 2011 - 11:00am

ความโปร่งใสในระดับ CSRกับการจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน

“การยกระดับให้เกิดความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมอย่างแท้จริงจะต้องเกิดจากจิตสำนึกที่ดีขององค์กรที่มีต่อสังคมก่อน”

ปัจจุบันความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ หรือ Corporate Social Responsibility (CSR)เป็นที่รู้จักและปฏิบัติอย่างแพร่หลายในหลายรูปแบบแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรมและนโยบายบริษัท แนวทางการดำเนินกิจกรรม CSR ไม่มีรูปแบบตายตัวหรือข้อจำกัด หากแต่มุ่งเน้นการคืนกำไรสู่สังคม การดำเนินกิจการอย่างมีจรรยาบรรณและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในอดีตการทำ CSR เป็นการสมัครใจหรือให้องค์กรธุรกิจหันมาแสดงบทบาทของตนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ปัจจุบัน CSR ยังคงเสมือนความสมัครใจอยู่เพราะมิใช่ข้อบังคับทางกฏหมาย แต่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในสังคม และจากการที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญต่อสินค้าและการบริการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งเปรียบเสมือนภาพพจน์ขององค์กร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดกระแสการทำ CSR ในภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ดร.ไชยยศ บุญญากิจ รองผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวถึงสิ่งที่องค์กรต้องคำนึงถึงในการทำ CSR คือ

  1. บรรษัทภิบาลในองค์กร คือ การมีค่านิยม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท
  2. สิ่งแวดล้อมคือ การลดการเกิดมลพิษและไม่ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองตลอดวัฐจักร ประเด็นนี้จะเน้นการมีความรับผิดชอบต่อสังคมภายในองค์กร หรือ CSR In-process ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปตามรูปแบบของกิจการ
  3. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประกอบ พนักงาน ผู้ถือหุ้น ผู้ค้า ลูกค้า ชุมชน และสังคม
  4. สังคมคือ การส่งเสริมพัฒนาประเทศและชุมชนในท้องถิ่นในพื้นที่ปฏิบัติการ

ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจมีประโยชน์หลายประการ อาทิ การเสริมสร้างความสุขและความสัมพันธ์ของพนักงานในองค์กร การพัฒนากระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการสื่อสารกับสังคมด้วยประโยชน์ต่างๆที่องค์กรได้ทำในแง่ของความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น การทำCSR เชิงธุรกิจจึงเปลี่ยนจากรายจ่ายมาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืน อันเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรด้านการมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การสื่อสารความรับผิดชอบขององค์กรให้สังคมรับทราบนั้น ในอีกมุมหนึ่งกลับถูกกล่าวขานว่าเป็นเครื่องมือเพื่อการโฆษณาและมุ่งหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ และส่งผลให้เกิดประเด็นโต้แย้งถึงวัตถุประสงค์และความโปร่งใสในการทำ CSR ขององค์กรธุรกิจ

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้จำกัดนิยามความโปร่งใสไว้ว่า หมายถึงการสร้างความเปิดเผย เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งจากภายในและภายนอกหน่วยงานสามารถเข้าถึงข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ มีการสื่อสาร การแสดงความรับผิดชอบ พร้อมรับการตรวจสอบ รวมทั้งมีกระบวนการในการติดตาม และประเมินผลที่ได้รับ การยอมรับว่าเที่ยงตรง และเชื่อถือได้

“ความโปร่งใสในระดับ CSR”คือการแจ้งข้อมูลกระบวนการทำ CSR ขององค์กรออกมาในรูปแบบรายงาน ซึ่งปัจจุบันบริษัทต่างจัดทำรายงานด้าน CSR รวมถึงสื่อสารผ่านสื่อมวลชนในรูปแบบของตน จึงยังมีข้อโต้แย้งว่าทำจริงหรือไม่และมีความน่าเชื่อถือของข้อมูลมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นมาตรฐานการจัดทำรายงานจึงเป็นหัวใจหลักของความโปร่งใสในการทำ CSR ขององค์กร

การสื่อสารเรื่องการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น หลายองค์กรให้ความสำคัญและจัดทำ Sustainable Development Report(SD report) คือ “รายงานผลการพัฒนาอย่างยั่งยืน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “รายงานความยั่งยืนทางสังคม” ที่นำเสนอผลการดำเนินงานขององค์กรทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มความตระหนักและสร้างความเข้าใจในเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมต่อบริษัท องค์กร หน่วยงาน และสถาบันทั่วโลกอื่นๆรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร  สำหรับมาตรฐานรายงานที่เป็นที่ยอมรับในประชาคมโลก และได้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายประกอบไปด้วย

  1. Global Report Initiativesหรือ GRI เริ่มใช้นับแต่ปี 2545 เป็นต้นมา โดยมีสาระสำคัญคือ
  2. การบริหารจัดการ หรือ ธรรมมาภิบาล (Organizational Governance)
  3. ผลการดำเนินงานเชิงเศรษฐกิจ (Economic)
  4. ผลการดำเนินงานทางสิ่งแวดล้อม (Environmental)
  5. ผลการดำเนินงานทางสังคม (Social) ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อย่อยคือ
    • การปฏิบัติด้านแรงงานและความปลอดภัยในที่ทำงาน (Labor Practices and Decent Work Performance)
    • สิทธิมนุษยชน (Human Rights)
    • ประเด็นด้านสังคม (Society)
    • ประเด็นด้านมาตรฐานสินค้า (Product Responsibility)

รายงาน GRI เป็นรูปแบบรายงานที่ใช้หลักมาตรฐานสากลในการจัดทำและได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำของโลก อาทิ Microsoft, GE, Coca Cola, Nokia เป็นต้น โดยกว่า 80% ของ Top 15 Global Brands ต่างเลือกใช้หลักการของ GRI Guideline ในการจัดทำรายงาน เนื่องจากองค์กรเหล่านี้เชื่อว่าการทำตาม check list ของ GRI จะเป็นการตรวจสอบองค์กรว่ายังมีความเสี่ยงตรงไหนหรือมีเรื่องใดบ้างที่ยังไม่ได้ทำ และอาจส่งผลกระทบเชิงลบในอนาคตได้ แต่หากพบข้อบกพร่องจะได้นำมาแก้ไขปรับปรุง หรือถ้าพบว่าจุดไหนที่ดีอยู่แล้วก็สามารถนำไปสร้างเป็นจุดขายหรือนำไปใช้ในการสร้างกลยุทธ์ในการทำการตลาดได้อีกด้วย และในแง่มุมของนักลงทุน เมื่อมีการเปิดเผยเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน GRI จะช่วยดึงดูดความสนใจนักลงทุนกลุ่มที่ใส่ใจในเรื่องเหล่านี้ให้เข้ามาลงทุนในตลาดมากยิ่งขึ้น

  1. ISO 26000องค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน(International Organization for Standardization : ISO) ได้กำหนดมาตรฐานว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ISO 26000 และประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553ที่ผ่านมา ซึ่งมาตรฐานใหม่นี้แตกต่างจากมาตรฐานเดิม ISO 9000 (มาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพ) และ ISO 14000 (มาตรฐานสากลว่าด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อม) ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและได้รับการตรวจสอบซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขอมาตรฐานด้วย แต่ IS0 26000 นี้เป็นเพียงข้อแนะนำ หลักการ และวิธีการของความรับผิดชอบต่อสังคมที่องค์กรพึงปฏิบัติด้วยความสมัครใจ ทุกองค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้โดยสมัครใจ และไม่ใช่มาตรฐานเพื่อการรับรอง ประกอบด้วย 7หัวข้อหลัก (7 Core subjects)ได้แก่
  2. ธรรมาภิบาล (Organizational Governance)
  3. สิทธิมนุษยชน (Human Rights)
  4. การปฏิบัติด้านแรงงาน (Labour Practices)
  5. สิ่งแวดล้อม (Environment)
  6. การปฏิบัติที่เป็นธรรม (Fair Operating Practices)
  7. ประเด็นด้านผู้บริโภค (Consumer Issues)  
  8. การพัฒนาและการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Involvement and Development)

การจัดทำรายงานอย่างมีมาตรฐาน นอกจากจะแสดงความโปร่งใสในการทำ CSR แล้ว ยังส่งเสริมศักยภาพขององค์กรในเชิงการค้าระหว่างประเทศ ดังจะเห็นว่าประเทศสมาชิก ISO และ GRI อาทิ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่เป็นตลาดการค้าที่สำคัญของประเทศไทยให้ความสำคัญต่อประเด็น CSR เป็นอย่างมาก ตลอดจนมีการดำเนินความร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อให้มีการสนับสนุนประเด็น CSR ในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งบริษัทต่างชาติและผู้นำเข้าสินค้าจะนำประเด็น CSR มาร่วมพิจารณาความเหมาะสมของคู่ค้า ฉะนั้นการจัดทำรายงาน CSR อย่างโปร่งใสและมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้จึงกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในระบบการค้าระหว่างประเทศไปแล้ว

ถึงแม้ว่าความโปร่งใสของการทำ CSR ขององค์กรจะถูกสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในรูปแบบของมาตรฐานรายงาน และกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ต่างๆแล้ว อย่างไรก็ตาม การยกระดับให้เกิดความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมอย่างแท้จริงจะต้องเกิดจากจิตสำนึกที่ดีขององค์กรที่มีต่อสังคม และการคำถึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นธรรม และโปร่งใสอันเป็นรากฐานสำคัญนั่นเอง

  • Corporate Sustainability

Columnist Category

  • Anti-corruption
  • Corporate Sustainability
  • Happy Workplace
  • Responsible Finance
  • Social Enterprise
  • การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
  • จริยธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • สำนึกและจิตอาสา
  • เกษตรอินทรีย์ / ออแกนิก
  • เศรษฐกิจพอเพียง
  • แนวคิดและมุมมองด้าน CSR
  • แรงงานและสิทธิมนุษยชน
  • พลังงาน
  • เรื่องอื่นๆ
สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม Corporate Social Responsibility Institute (CSRI)
ชั้น 10 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โทร. 02 229 2604, 02 229 2605, 02 229 2608 โทรสาร 02 654 5414
E-mail: csri@set.or.th Syndicate content