Skip to main content

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)

โดย: 
Webmaster

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีนิยามง่ายๆ คือการใช้พลังงานจำนวนน้อยลง เพื่อให้เกิดประโยชน์เท่าเดิม หากจะยกตัวอย่างก็เช่น การใช้วัสดุห่อหุ้มความร้อนหรือเย็นในบ้านแทนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิในบ้านให้คงที่ หรือการใช้หลังคาโปร่งแสง หรือหลอดตะเกียบฟลูออเรสเซนท์ (fluorescence) เพื่อประหยัดพลังงานและให้แสงสว่าง เป็นต้น

เราสามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพได้มากที่สุด ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานส่วนตัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การรักษาพลังงานนั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแต่คนส่วนใหญ่ขาดความตระหนักและความพยายามที่จะเริ่มต้น ซึ่ง James Hansen นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงและผู้อำนวยการสถาบัน Goddard Instituteของนาซ่า (NASA) เคยกล่าวไว้ว่า กุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ก็คือการลดการใช้พลังงานในบ้านเรือน หากเราสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ 50% เราก็สามรถลดการใช้ถ่านหินได้ 50% เช่นกัน เพราะการเผาไหม้เชื้อเพลิงเป็นสาหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และโดยมากเราใช้ถ่านหินและพลังงานนิวเคลียร์เป็นเชื้อเพลิงไฟฟ้า และน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขนส่ง ซึ่งอย่างหลังลดได้ยากกว่าอย่างแรก

กระบวนการการใช้ไฟฟ้าของเราก็คือ ทุกครั้งที่เราเปิดไฟ จะเกิดการเผาไหม้ถ่านหินและ/หรือการใช้พลังงานนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้าซึ่งทำให้เกิดมลภาวะ จากการคำนวณ carbon footprint พบว่าอัตราการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหลังหนึ่ง ก่อให้เกิดมลภาวะมากกว่าการใช้รถหนึ่งคัน ดังนั้นการประหยัดพลังงานไฟฟ้า นอกจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แล้ว ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย
 

ต่อไปนี้คือวิธีต่างๆ ในการช่วยประหยัดพลังงาน เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีประหยัดพลังงานในสำนักงาน
วิธีประหยัดพลังงานในสำนักงานสองวิธีง่ายๆ แต่สำคัญ มีดังนี้

เครื่องปรับอากาศ = สำนักงานส่วนใหญ่นิยมใช้เครื่องปรับอากาศแบบ central system ซึ่งเปลืองพลังงานมาก วิธีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างหนึ่ง คือปิดช่องแอร์ในห้องที่ไม่มีคนอยู่ และไม่มีความจำเป็นต้องปรับอากาศ แต่มีข้อควรระวังคือ หากใช้วิธีนี้ควรปรึกษาช่างไฟฟ้าในอาคาร เพราะหากปิดหลายช่องเกินไปอาจทำให้ช่องทางเดินปรับอากาศมีแรงกดดันและรั่วได้ ซึ่งอีกวิธีที่ปลอดภัยกว่าแต่ให้ผลลัพธ์เดียวกันก็คือ การใช้เครื่องปรับอากาศแบบ window unit ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ใช้ระบบจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ หรือ Geothermal system มาผลิตไฟฟ้าที่สามารถนำมาใช้ในอาคารได้อีกด้วย

คอมพิวเตอร์ = เมื่อไม่ใช้งาน ควรเซ็ตเครื่องให้เป็น sleep หรือ standby mode ซึ่งเมื่ออยู่ในmode นี้ คอมพิวเตอร์จะแทบไม่ใช้พลังงานใดๆ โดยคอมพิวเตอร์ที่เป็น laptop สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่า desktop และบางยี่ห้อจะสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่ายี่ห้ออื่น ในทางตรงกันข้ามการใช้โปรแกรมมากๆ พร้อมกัน และการใช้ internet จะทำให้เปลืองพลังงานมากขึ้น ข้อแนะนำคือ ควรปิดคอมพิวเตอร์เมื่อจบการใช้งานในหนึ่งวัน และหากใช้desktop ก็ควรใช้จอ LCD แทนจอ CRT.

วิธีการประหยัดพลังงานในบ้าน
วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ ขั้นแรก หาเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากที่สุดในบ้านของคุณ ตัวอย่างดังนี้

เครื่องปรับอากาศ = ใช้พลังงานมากที่สุดในหมู่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ควรใช้เครื่องปรับอากาศที่เป็นแบบ window unit แทนที่จะใช้ central system ควรเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง และควรเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศที่ใช้งานมานานแล้วเป็นเครื่องใหม่ ซึ่งบรรดาเครื่องปรับอากาศที่ผลิตมาใหม่ส่วนมากมักถูกออกแบบให้มีความสามารถในการประหยัดไฟสูง พร้อมทั้งทำความสะอาดแผ่นกรองเป็นประจำ แต่ถ้าให้ดีที่สุด ไม่ควรใช้เครื่องปรับอากาศเลยถ้าไม่จำเป็น ควรใช้พัดลมแทนจะประหยัดพลังงานเมา โดยให้พัดลมทำงานในทิศทางจากข้างบนลงมาข้างล่าง เช่น พัดลมเพดาน จะช่วยขจัดความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้เราสามารถใช้วิธีอื่นๆ ช่วย เช่น นอนโดยไม่ต้องใช้ผ้าห่ม อาบน้ำให้บ่อยขึ้น ล้วนเป็นวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ แนะนำ เพื่อคลายความร้อนแบบประหยัดพลังงาน แล้วยังช่วยประหยัดเงินอีกด้วย

หลังคาบ้าน = ควรใช้เซลลูโลสแทนไฟเบอร์กลาส (fiberglass) เนื่องจากมีราคาถูกกว่า กันความร้อนได้ดีกว่า และส่วนมากทำมาจากวัตถุดิบที่นำมา recycle ใหม่

ระบบทำความร้อน = ใช้ระบบทำความร้อนของบ้านที่ประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เช่น geothermal heat pump การปิดเครื่องทำความร้อนเวลากลางคืนและหันมาใช้ผ้านวมแทน และการมีระบบกักความร้อน (insulation) ทางประตู หน้าต่าง และผนัง ข้อนี้ใช้สำหรับที่อยู่อาศัยในอากาศหนาว ซึ่งในประเทศไทยส่วนมากไม่พบปัญหานี้

เครื่องทำน้ำอุ่น = ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นแบบไม่เป็นแทงค์ โดยเครื่องจะปรับอุณหภูมิน้ำให้อุ่นต่อเมื่อเปิดใช้น้ำ ทำให้ไม่ต้องทำความร้อนน้ำในแทงค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเครื่องทำน้ำอุ่นแบบไฟฟ้าจะประหยัดและปลอดภัยกว่าการใช้แก๊ซ

เครื่องอบผ้าไฟฟ้า = ควรหันมาตากผ้าแทนการใช้เครื่องอบผ้าไฟฟ้า หรือใช้เครื่องอบแบบหมุน (spin dryer) จะช่วยประหยัดเวลาที่เสื้อแห้ง ดังนั้นจึงใช้ไฟฟ้าน้อยลง นอกจากนี้การใช้เครื่องอบผ้าที่ใช้แก๊ซแทนไฟฟ้ายังประหยัดเงินกว่าอีกด้วย

หลอดไฟ = แสงไฟฟ้าที่ใช้ในอาคารนั้น ถือเป็นสิ่งที่ใช้พลังงานมากที่สุดเป็นอันดับสองรองลงมาจากเครื่องปรับอากาศ และใช้พลังงานมากพอๆ กับตู้เย็น (ผลการวิจัยในสหรัฐอเมริกา)  วิธีประหยัดคือ ใช้ compact fluorescence lightbulb (cfl) และหลอดตะเกียบประหยัดไฟ  electronic long-tube fluorescent lighting ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้มากเมื่อเทียบกับหลอดไฟธรรมดา อีกทั้งยังใชงานได้นานกว่า และผลิตความร้อนออกมาน้อยกว่าหลอดไฟธรรมดา อีกวิธีหนึ่งคือ ใช้หลังคากระจก หรือผนังกระจก (skylight) ที่นอกจากสามารถประหยัดพลังงานได้แล้วยังทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ยิ่งขึ้น และสุดท้าย บางบ้านอาจใช้เทคโนโลยี motion sensor ที่สามารถปิดไฟได้เองเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง ก็เป็นวิธีช่วยประหยัดพลังงานอีกทาง แต่สำหรับบ้านที่ไม่มี motion sensor ก็แนะนำให้ปิดไฟทุกครั้งที่ไม่มีคนอยู่ในบ้าน

ตู้เย็น = ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินพลังงานมากพอๆ กับหลอดไฟในบ้าน และเป็นอันดับสองรองลงมาจากเครื่องปรับอากาศ วิธีดีที่สุดที่จะประหยัดการใช้พลังงานจากตู้เย็นคือ เลือกซื้อรุ่นที่ประหยัดไฟ และถ้าตู้เย็นที่มีอยู่ผลิตในปี ค.ศ.2001 หรือก่อนหน้า ควรพิจารณาเปลี่ยนตู้เย็นใหม่ นอกจากนี้ สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือ วางตู้เย็นไว้ในที่ๆ อากาศไม่ร้อน และหลีกเลี่ยงการนำอาหารร้อนมาเก็บไว้ในตู้เย็น การตั้งอุณหภูมิที่ไม่เย็นเกินไปแต่เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อเครื่องจะได้ไม่ทำงานหนัก การปิดปุ่ม anti-sweat ซึ่งมีไว้เพื่อกันความชื้นไม่ให้ก่อตัวขึ้น แต่เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มถึง 5-10% เป็นต้น

สรุปกลวิธีง่ายๆ เพื่อประหยัดพลังงาน
(1) ใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ ยิ่งเป็นพัดลมเพดานยิ่งระบายความร้อนได้มากขึ้น
(2) ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน
(3) ซักเสื้อผ้าโดยใช้น้ำเย็นแทนน้ำอุ่น
(4) ปรับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็น sleep mode เมื่อไม่ใช้
(5) ตากผ้าซักแล้วโดยใช้ราวตากผ้าแทนการใช้เครื่องปั่นผ้า
(6) ใช้หลอดไฟตะเกียบแบบ compact fluorescent แทนหลอดธรรมดา
 
 

ข้อมูล http://michaelbluejay.com/electricity/index.html