บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
เอไอเอส มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณภาพ ให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยการจัดโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบเครือข่ายโทรศัพท์และการให้บริการ โดยพนักงานของเอไอเอสได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทยและร่วมพัฒนาชีวิตของคนไทยด้วย
ด้านผู้พิการ ด้อยความสามารถ ไร้ที่พึ่ง
1. โครงการ “น้ำใจไทย ช่วยเฮติ”
มกราคม 2553 บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดโครงการ “น้ำใจไทย ช่วยเฮติ” ชวนผู้ใช้บริการในระบบเครือข่าย AIS ทั้งพรีเพดและโพสต์เพด ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเฮติที่กำลังได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยผ่านระบบ USSD กด *650 # โทรออก ครั้งละ 50 บาท (ไม่รวม VAT) นอกจากนี้ เอไอเอสได้ร่วมกับครอบครัวข่าว 3 มอบเงินบริจาคผ่านสภากาชาดไทยเช่นกัน โดยผ่านระบบ SMS หมายเลข 4567890 ครั้งละ 10 บาท (ไม่รวม VAT) โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมกันนี้ เอไอเอสได้สมทบทุนเพิ่มอีกเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 19 มีนาคม 2553
http://www.sarnrak.net/activity/newsdesc.php?n=100125085436
2. โครงการเอไอเอสมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดยะลา
มกราคม 2553 สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมกันรับมอบสิ่งของและเครื่องอุปโภคบริโภคจากนายพีรเวท กิจบูรณะ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานปฏิบัติการภูมิภาค ภาคใต้ ตัวแทนบริษัท แอดวานซ์ อินโฟว์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้นำถุงยังชีพมามอบให้กับทางจังหวัดยะลา อีก 500 ถุง ซึ่งประกอบด้วยปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม ข้าวสาร ยารักษาโรค และสิ่งของอื่นๆ
http://www.sarnrak.net/activity/newsdesc.php?n=100120101929
3. โครงการเอไอเอสมอบผ้าห่มกันหนาวให้ชาวแม่ฮ่องสอนและเชียงราย
มกราคม 2553 บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (มหาชน) มอบผ้าห่มจำนวน 100 ผืน แด่พระราชเขมากร เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอดและรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่เพื่อนำไปมอบให้เยาวชนในโครงการค่ายคุณธรรม โรงเรียนบ้านาปลาจาด อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และผ้าห่มกันหนาวจำนวน 250 ผืน และเสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก 100 ตัว ที่ ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
http://www.sarnrak.net/activity/newsdesc.php?n=100120115334
4. โครงการ “เอไอเอส ยิ้มหวานวันเด็ก ’53”
โครงการสานรัก จัดกิจกรรม เอไอเอส ยิ้มหวานวันเด็ก ’53 มอบอุปกรณ์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ สานรักต่อผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ ตามเจตนารมณ์ของเอไอเอสที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย กิจกรรมวันเด็กจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่เอไอเอสยังคงสานรัก ความอุ่นใจเคียงข้างสังคมไทย ต่อผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ โดยในวันนี้ตัวแทนคณะผู้บริหารได้นำอุปกรณ์ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เป็น ประโยชน์ต่อผู้ป่วยเด็ก มูลค่ากว่า 20,000 บาท มอบให้แก่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ณ หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม 2 โดยมี รศ.นพ.ชัยรัตน์ คุณาวิกติกุล รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบ และยังได้มอบอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ให้แก่ผู้ป่วยเด็กที่ยากไร้ ณ โรงพยาบาลพุทธชินราช
http://www.sarnrak.net/activity/newsdesc.php?n=100120094031
5. โครงการ “เอไอเอสสร้างอาชีพ Call Center แด่ผู้พิการทางสายตา”

เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 เอไอเอสได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือกับโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ ในพระราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยศูนย์ปฏิบัติการ Call Center “เอไอเอสสร้างอาชีพ Call Center แด่ผู้พิการทางสายตา” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อขยายโอกาสสร้างงาน สร้างอาชีพแด่ผู้พิการทางสายตา โดยทางเอไอเอสได้ฝึกสอนเรื่องของการรับส่งเอสเอ็มเอส ด้วยระบบพิเศษ PPA ตาทิพย์ (Text to Speech ภาษาไทย) ซึ่งสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ เป็นผู้ดูแลและพัฒนาโปรแกรมนี้ขึ้น ตาทิพย์เป็นโปรแกรมสังเคราะห์เสียงภาษาไทย เมื่อใช้โปรแกรมนี้ร่วมกับโปรแกรมอ่านจอภาพของต่างประเทศ จะทำให้คอมพิวเตอร์แสดงผลทุกอย่างบนหน้าจอเป็นเสียงพูดภาษาไทยควบคู่กันไป ด้วย ซึ่งจะช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ในอนาคตอันใกล้เอไอเอสจะขยาย Call Center เพื่อผู้พิการไปยังภูมิภาคอื่นอีก ขณะเดียวกันก็จะคิดโครงการใหม่ เพื่อขยายไปยังผู้พิการทางด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งแต่ละโครงการที่เอไอเอสทำจะเน้นโครงการระยะยาวเป็นหลัก
http://www.bangkokbiznews.com/2008/08/20/news_286736.php
ด้านสิ่งแวดล้อม
1. โครงการเครือข่ายประหยัดพลังงาน หรือ Green Network
เมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการติดตั้งเครือข่ายพร้อมการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด Green Network เพื่อร่วมสนับสนุนแนวทางประหยัดพลังงานลดภาวะโลกร้อนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงในพื้นที่โครงการหลวง เช่น โครงการหลวงขุนแปะ อ. จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่นอกจากจะเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าแล้ว ยังถือเป็นการสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารและอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก และบุคลากรของโครงการอีกด้วย
http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=67187
http://www.marketeer.co.th/news_detail.php?news_id=288
http://www.ryt9.com/news/2008-02-20/30378371
ด้านพัฒนาชุมชนและชนบท
1. โครงการ “ถังน้ำใจ เอไอเอส เพื่อไทยไม่ขาดน้ำ”
ทุกๆ ปีมีผู้ประสบภัยแล้งทั่วประเทศจำนวนมาก เอไอเอสจึงเข้าไปสร้างถังเก็บกักน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้จริง โครงการ “ถังน้ำใจ เอไอเอส เพื่อไทยไม่ขาดน้ำ” ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งได้มอบถังเก็บน้ำให้แก่ชุมชนในพื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลนทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน มาจนถึงขณะนี้ในปี 2551 เอไอเอสได้มอบถังเก็บน้ำรวมทั้งสิ้น จำนวน 8,373 ถังแล้ว
http://www.newswit.com/news/2007-02-16/80066d5d3380a45e070b7f808e995611
http://www.bangkokbiznews.com/2008/08/20/news_286736.php
ด้านชีวิตและสุขภาพ
1. โครงการ “สายสืบมือถือ”
ปี 2551 เอไอเอสร่วมมือกับตำรวจภูธรภาค 7 พัฒนาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถส่ง SMS ไปยังศูนย์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบประวัติบุคคลได้แบบ Real Time ด้วยแนวคิด “สายสืบมือถือ” โดยจะทำให้สามารถดึงข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลของตำรวจมาที่มือถือได้ภายใน 3-5 วินาที ทำให้ไม่ว่าจะเกิดเหตุร้ายที่บริเวณไหนก็จะตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับแนวคิดของเอไอเอส ที่ต้องการอยู่เคียงข้างลูกค้าและพร้อมมอบความช่วยเหลือให้ตลอดเวลา
“สาย สืบมือถือ” เป็นโครงการต้นแบบที่สำนักงานตำรวจภูธร ภาค 7 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ตรวจสอบบุคคลที่โดนหมายจับหรือตรวจสอบรถสูญหาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือประชาชนที่ร่วมเป็นอาสาสมัคร สามารถส่ง SMS หมายเลขบัตรประชาชน, ทะเบียนรถ ไปยังหมายเลข 4514000 โดยจะมีข้อความตอบกลับมาแบบ Real Time อันจะทำให้ การติดตามจับกุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 100% และคาดว่าจะขยายผลของโครงการไปยังหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศในเร็วๆนี้ พลเมืองดีที่สนใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในโครงการ “สายสืบมือถือ” นี้ สามารถติดต่อไปที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-256486, 034-256946 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.police7.go.th
2. โครงการ “สานรัก”

โครงการสานรักเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2542 ด้วยการจัดกิจกรรม “เอไอเอส แฟมิลี่ แรลลี่ เพื่อสายใจไทย” เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยรายได้จากการแข่งขัน ทางเอไอเอสได้สมทบให้กับทุนมูลนิธิสายใจไทย เอไอเอสได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการสนับสนุนสถาบันครอบครัว เพราะเชื่อว่าครอบครัวเป็นสถาบันที่มีความสำคัญที่สุด ในการผลิตพลเมืองของประเทศให้มีคุณภาพ เพราะประเทศจะแข็งแรงและมั่นคงได้ พลเมืองในประเทศจะต้องมีคุณภาพให้ได้ก่อน ซึ่งพลเมืองจะมีคุณภาพก็ต้องมีพื้นฐานทางครอบครัวที่แข็งแกร่งนั่นเอง จนถึงวันนี้โครงการ “เอไอเอส แฟมิลี่ วอล์ค แรลลี่” จัดมานานกว่า 9 ปี รายได้จากการแข่งขันนำไปสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล และยังมีกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกหลายอย่าง
http://www.newswit.com/news/2006-11-06/4e8ff5184b104647d157cdf0e073f8ce
