Skip to main content

ความรู้เรื่องตลาดคาร์บอนฯ

โดย: 
Webmaster

ในโลกนี้มีตลาดคาร์บอนฯอยู่ด้วยกันสองประเภทใหญ่ๆ คือ ตลาด Regulated Market กับ ตลาด Voluntary Market ดังนี้

Regulated Carbon Market หรือตลาดคาร์บอนฯที่มีกฏหมายภายในประเทศคอยกำกับดูแลนั้นถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ตัวอย่างเช่น ตลาดคาร์บอนฯภายใต้โครงการ Clean Development Mechanism (CDM) เป็นต้น ตลาดประเภทนี้จะซื้อขายคาร์บอนเครดิต เรียกว่า Certified Emission Reduction (CERs) โดยประเทศที่จำเป็นต้องลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณี สามารถซื้อเครดิตจากประเทศอื่นที่มีการลดการปล่อยก๊าซได้ เพื่อทดแทนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตน ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในผู้ค้า CERs ในตลาดนี้ แต่ที่ผ่านมาจะรับแต่โครงการ CDM ด้านอุตสาหกรรมและไม่รับด้านป่าไม้ เพราะเกรงว่าโครงการต่างๆ จะมุ่งมาที่ด้านป่าไม้เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่า ฯลฯ

Voluntary Carbon Market หรือตลาดคาร์บอนฯแบบสมัครใจ เป็นตลาดที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ1989 โดยบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ และเริ่มเฟื่องฟูตั้งแต่ปี ค.ศ.2002 เป็นต้นมา ถึงแม้ว่าจะมีอัตราส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดคาร์บอนฯแบบ Regulated Carbon Market (Voluntary Market มีอัตราส่วนแค่ 2.18% ของตลาดคาร์บอนฯทั้งหมดในปี ค.ศ.2007) แต่มีการคาดคะเนว่าในปี ค.ศ.2010-2012 ตลาดคาร์บอนฯแบบสมัครใจจะโตขึ้นด้วยจำนวนการซื้อขาย 400-500 MtCO2e (Metric Ton of CO2 (Carbon Dioxide) Equivalents = ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์) ทำให้เป็นที่น่าจับตามองของเหล่าผู้ประกอบการทั้งหลาย รวมทั้งภาครัฐอีกด้วย ส่วนการซื้อขายในตลาดนี้สามารถซื้อได้ทั้ง Carbon Credit และ Carbon Offset

ตลาดแบบสมัครใจนี้ยังแบ่งออกไปได้เป็น 2 ประเภท คือ ตลาดที่มีการตกลงซื้อขายผ่านระบบทวิภาคี โดยอาจซื้อขายกันโดยตรงหรือผ่านนายหน้า และอีกประเภท คือ ตลาดที่มีการควบคุมอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เรียกว่า Cap-and Trade System ตัวอย่างเช่นตลาดคาร์บอนของ Chicago Climate Exchange (CCX)

เรื่องของตลาดคาร์บอนฯนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนและแรงค้านจากหลายฝ่ายในเวลาเดียวกัน บางฝ่ายกล่าวว่า การทำกิจกรรม carbon offset นั้นไม่ได้ช่วยชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในหมู่ประเทศผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ๆ ที่มักเป็นประเทศพัฒนาแล้ว จะซื้อคาร์บอนฯจากประเทศกำลังพัฒนา ที่โดยมากปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า ทำให้ประเทศพัฒนาแล้วกลับสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไปได้ แทนที่จะลดการบริโภคพลังงาน และลดการผลิตมลพิษลง เป็นสิ่งที่บางฝ่ายเห็นว่าไม่เป็นธรรมและไม่ได้นำไปสู่การลดคาร์บอนฯที่มีประสิทธิภาพ ส่วนอีกหลายฝ่ายกลับเห็นว่า กิจกรรมการซื้อขายคาร์บอนฯนั้นมีประโยชน์มากกว่าการใช้มาตรการณ์อื่นๆ โดยเฉพาะสามารถสร้างความตระหนักเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุของสภาพอากาศแปรปรวนและภาวะโลกร้อน ในภาคธุรกิจ และประชาชนวงกว้าง

ข้อมูล http://www.measwatch.org/autopage/show_page.php?t=19&s_id=53&d_id=54