มูลนิธิซิเมนต์ไทย
ด้านสิ่งแวดล้อม
1.โครงการสร้างเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (ลุ่มน้ำลำพระเพลิง)
มูลนิธิซิเมนต์ไทยห่วงใยถึงสถานการณ์การพัฒนาประเทศที่ไม่สมดุลระหว่างความเจริญ ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ กับสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย ขาดการวางแผนและการสร้างทดแทน จึงมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหวงแหน ในภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่เยาวชน ด้วยการร่วมมือกับนักพัฒนาชุมชน ครู และชาวบ้าน รวบรวมความรู้ จัดทำเป็น “หลักสูตรการเรียนรู้ท้องถิ่น” ที่เหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินชีวิต ของคนในชุมชน พร้อมถอดบทเรียนถึงวิธีการรวมตัว กระบวนการบริหารจัดการองค์ความรู้ร่วมกันของชาวบ้าน เพื่อพัฒนาขึ้นเป็นต้นแบบให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอื่น ๆ
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=26
2.โครงการ “SCG Do It Green” สู่โครงการสร้างฝาย
โครงการ “SCG Do It Green” เป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของเครือซิเมนต์ไทย ที่มุ่งย้ำเตือนจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานในเครือฯ โดยยึดหลัก 3R ได้แก่ ลดการใช้ทรัพยากร (Reduce) การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Reuse/Recycle) และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้มีใช้เพียงพอและคงอยู่อย่างยั่งยืน (Replenish) โครงการนี้ยังมีเป้าหมายใหญ่อยู่ที่การสร้างฝายชะลอน้ำ 10,000 ฝาย ภายในปี 2552 เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติกลับคืนสู่สมดุลด้วย ปัจจุบัน SCG ร่วมกับชุมชนสร้างฝายชะลอน้ำได้ครบ 10,000 ฝายในจังหวัดต่างๆ แล้ว เช่น ลำปาง เชียงใหม่ น่าน แพร่ ระยอง นครศรีธรรมราช ฯลฯ พร้อมทั้งส่งมอบสมุดบอกตำแหน่งหรือพิกัดฝายชะลอน้ำให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป
http://www.siamcement.com/th/08news_release/01_news/detail.php?ContentId=2038
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=59647
3.โครงการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
SCG เป็นองค์กรไทยรายแรกในประเทศที่จัดทำนโยบายการจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้นำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติการจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Guidelines for Green Procurement) ตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการเลือกใช้สินค้าและบริการที่ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดแล้ว ยังผลักดันให้ผู้ผลิตเกิดการปรับปรุงและเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อ สิ่งแวดล้อมออกสู่สังคมมากยิ่งขึ้น ในปี 2549 SCG ได้จัดทำทะเบียนการจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวม 108 รุ่น จาก 32 ยี่ห้อ มียอดการสั่งซื้อประมาณ 22 ล้านบาท และในปี 2550 คณะกรรมการการพัฒนาสู่ความยั่งยืน ยังมองเห็นถึงความสำคัญของการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องครอบคลุมทั้ง Supply Chain จึงเริ่มให้ผนวกโครงการการจัดการสิ่งแวดล้อมผ่าน Supply Chain เข้ากับแนวปฏิบัติการจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนผู้ขาย (Suppliers) ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การจัดหาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้มีการปรับปรุงแก้ไขและดูแลสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
http://www.siamcement.com/th/05sustainability_development/04_safety_environmental_03.html
ด้านเด็ก เยาวชน และการศึกษา
1.โครงการสารคดีเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยหนังสือ
ปี 2548-2549 มูลนิธิซิเมนต์ไทยได้สนับสนุนมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ทำโครงการวิจัย “กระบวนการนำโครงการหนังสือเล่มแรก” (Bookstart) มาใช้ในบริบทของสังคมไทย โดยนำโครงการ Bookstart ที่ประสบความสำเร็จในประเทศอังกฤษมาปรับใช้ เพื่อศึกษาหากระบวนการที่เหมาะสม สอดคล้องกับสังคมไทยในการสร้างการรับรู้และการตระหนักถึงความสำคัญของการเล่านิทาน อ่านหนังสือ ในกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเด็ก
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=16
2.โครงการเทศกาลนิทานในสวน

เพื่อขยายแนวคิดการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยหนังสือสู่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และสังคม ในวงกว้าง มูลนิธิซิเมนต์ไทยได้จัดโครงการเทศกาลนิทานในสวนเป็นประจำทุกปี เพื่อรณรงค์และให้ความรู้ให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง รับรู้และเข้าใจถึงเทคนิค วิธีการของการเล่านิทานอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาเด็ก รวมถึงใช้เทศกาลนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนกับผู้เกี่ยวข้อง
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=14
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=64
3.โครงการโปสเตอร์วันหนังสือเด็กแห่งชาติและวันหนังสือเด็กนานาชาติ
ปี 2548 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กำหนดวันที่ 2 เมษายนของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเป็น “วันหนังสือเด็กแห่งชาติ” เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงส่งเสริมการอ่านและทรงประพันธ์หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนมาตั้งแต่ ครั้งยังทรงพระเยาว์ โอกาสนี้เองมูลนิธิซิเมนต์ไทยได้ร่วมมือกับมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ในฐานะตัวแทนองค์กรของประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกของ IBBY จัดทำโปสเตอร์เพื่อรณรงค์ส่งเสริม การอ่านสำหรับเด็กและเยาวชน และการพัฒนาหนังสือเด็กนับแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=15
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=56
4.โครงการทุนการศึกษามูลนิธิซิเมนต์ไทยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (Oversea Scholarship)
เนื่องจากการศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ หากบุคคลในชาตินั้นมีโอกาสทางการศึกษาที่ดี ก็จะมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า
มูลนิธิซิเมนต์ไทยจึงขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อช่วยพัฒนาบุคคลากรของประเทศเพื่อนบ้านให้มีความรู้ความสามารถไปพัฒนาประเทศของตนอีกทางหนึ่ง รวมถึงร่วมมือและส่งเสริมสถาบันการศึกษาในประเทศที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติในระดับภูมิภาค
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=19
5.โครงการทุนการศึกษามูลนิธิซิเมนต์ไทย
มูลนิธิซิเมนต์ไทยเชื่อมั่นว่าการให้ทุนการศึกษาเป็นการให้โอกาสที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ทุนแก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ
ทุนการศึกษาของมูลนิธิซิเมนต์ไทยมีลักษณะเป็นเงินช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ที่มีความประพฤติดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะศึกษาต่อ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 และได้พัฒนารูปแบบของการให้ทุนมาเป็นการให้ทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องจนจบปริญญาตรีในปี 2545 ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่นักเรียนทุนว่าจะได้รับการสนับสนุนในระยะยาว ทำให้รู้สึกมั่นคงและวางแผนการศึกษาของตนได้
ตั้งแต่ พ.ศ.2547 มูลนิธิซิเมนต์ไทยเปิดโอกาสให้เพื่อนพนักงาน SCG มีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียนทุนผ่านโครงการ “พี่เลี้ยงทุนการศึกษามูลนิธิซิเมนต์ไทย” โดยให้พนักงาน SCG เสนอชื่อเยาวชนที่บิดามารดามีรายได้ไม่แน่นอนหรือขาดแคลนทุนทรัพย์ในท้องถิ่นของตน ให้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย หากนักเรียนดังกล่าวได้รับเลือก พนักงานที่เสนอชื่อ นักเรียนทุนจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงอาสาคอยดูแลให้คำปรึกษาและกำลังใจด้าน การเรียนแก่นักเรียนทุนคนนั้น ๆ จนถึงปี พ.ศ. 2550 มีพนักงานเป็นพี่เลี้ยงนักเรียนทุนรวม 217 คน และมีนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยง 345 คน
ปัจจุบันมูลนิธิซิเมนต์ไทยมีนักเรียนทุนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับ ปริญญาตรีที่อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบกว่า 4,000 ทุน โดยได้มีการปรับเพิ่มมูลค่าทุนให้สอดคล้องกับสภาพสังคมเศรษฐกิจและระดับการศึกษา คิดเป็นงบประมาณต่อปีประมาณ 35 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มโครงการมูลนิธิซิเมนต์ไทยได้สนับสนุนทุนการศึกษาไปแล้วทั้งสิ้น กว่า 200 ล้านบาท
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=17
6.โครงการอาหารกลางวัน “น้องอิ่ม”
มูลนิธิซิเมนต์ไทยได้ดำเนินโครงการ “น้องอิ่ม” โดยเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนในโรงเรียน ที่ขาดแคลนได้ร่วมกันคิดสร้างสรรค์และนำเสนอโครงการที่สร้างวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หรือสร้างรายได้เพื่อนำมาเป็นเงินทุนซื้ออาหารกลางวันให้แก่นักเรียนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเหล่านั้นมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ ทำให้ศึกษาเล่าเรียนได้ดียิ่งขึ้น
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=20
7.โครงการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนทุน
นอกจากการช่วยเหลือด้านการเงินแก่นักเรียนทุนแล้ว มูลนิธิซิเมนต์ไทยยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ของนักเรียนทุนควบคู่กันไปด้วย ปี 2549 มูลนิธิซิเมนต์ไทยจัดโครงการพบปะนักเรียนทุนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ถึงระดับปริญญาตรีทั่วประเทศจำนวนกว่า 1,500 คน และนำผลที่ได้รับมาวางแผนจัดทำโครงการส่งเสริมศักยภาพนักเรียนทุนในปี พ.ศ.2550 ให้สอดคล้องกับระดับการศึกษา ความต้องการ และความสามารถของนักเรียนทุน
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=18
8.โครงการเยาวชนผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นใหม่ (Young Cementhai Social Innovators: YCSI)
มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังความ มีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมให้หยั่งรากลึกอยู่ในใจของเยาวชน โดยการเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุระหว่าง 18-25 ปี ผู้มีความคิดสร้างสรรค์และมีประสบการณ์การทำงานด้านสังคม ไม่น้อยกว่า 1 ปี รวมกลุ่มตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป นำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ ฯ ทั้งนี้ โครงการที่ผ่านการพิจารณา มูลนิธิซิเมนต์ไทยจะส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาต่อ โดยจัดกระบวนการพัฒนาเยาวชน พร้อมติดต่อผู้มีความสามารถเฉพาะด้านในเรื่องนั้นให้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งโครงการ
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=21
9.โครงการ "Sustainable Design Camp 2009"

โครงการ “Sustainable Design Camp 2009” เชิญชวนนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 ขึ้นไปเข้าค่ายเรียนรู้ศิลปะการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตสินค้าแบรนด์ “คอตโต้” ตลอดจนศึกษาดูงานและสร้างผลงานจริงบนดอยตุงครั้งแรกของประเทศไทย โดยจะรับสมัครถึงวันที่ 10 มีนาคม 2552 “SUSTAINABLE DESIGN CAMP 2009” เป็นค่ายฝึกอบรมด้านการออกแบบ โดยความร่วมมือของมูลนิธิซิเมนต์ไทย (SCG Foundation) มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และคอตโต้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนที่มีความสามารถด้านศิลปะและการออกแบบให้ แสดงผลงานสู่สาธารณชน โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อคัดเลือกทีมร่วมเข้า ค่ายเรียนรู้และทำงานจริง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development (SD) พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=55
http://www.siamcement.com/th/08news_release/01_news/detail.php?ContentId=2033
ด้านศิลปวัฒนธรรม
1.โครงการค่ายอบรมศิลปะแก่นักเรียนมัธยมศึกษาและครูผู้สอนศิลปะ (SCG Art Camp)
มูลนิธิซิเมนต์ไทยร่วมมือกับคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาด้านศิลปะ จัดค่ายอบรมศิลปะแก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีความมุ่งมั่น ในการจะเรียนต่อทางด้านศิลปะ และครูผู้สอนศิลปะติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3 เพื่อช่วยเสริมสร้างความรู้และทักษะทางศิลปะให้กับนักเรียนและครู ในปี 2550 มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 110 คน เป็นนักเรียน 80 คน และครู 30 คน
สำหรับกิจกรรมภายในค่ายมีการอบรมให้ความรู้โดยแยกกลุ่มระหว่างครูและนักเรียน เพื่อให้รูปแบบของกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=23
2.โครงการรางวัลศิลปะเพื่อเยาวชนไทย (Young Thai Artist Award)
มูลนิธิซิเมนต์ไทยจัดโครงการรางวัลศิลปะเพื่อเยาวชนไทย หรือ Young Thai Artist Award ขึ้น โดยเล็งเห็นความสามารถของเยาวชนไทยด้านศิลปะ จึงต้องการจะส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถให้มีเวทีในการ แสดงออกถึงผลงานของตนอย่างกว้างขวาง อันจะเป็นการกระตุ้นให้สังคมตื่นตัว ตระหนักรู้ถึงคุณค่าทางศิลปะ ตลอดจนเป็นหนทางที่ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีโอกาสก้าวไปสู่เวทีระดับสากล อีกทั้งทำให้สาธารณชนตระหนักถึงความสามารถของเยาวชนด้านศิลปะ
http://www.scgfoundation.org/th/childrenAndYouthDetail.asp?id=24
ข้อมูลบริษัท
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ เครือซิเมนต์ไทย (SCG) หรือที่คนนิยมเรียกว่า ปูนใหญ่ เป็นกลุ่มธุรกิจผลิตปูนซิเมนต์ และต่อมามีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก โดยทำภายใต้บริษัทในเครือ ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจสำคัญ 5 กลุ่ม ได้แก่ ปิโตรเคมี กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และจัดจำหน่าย ทุกธุรกิจมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านสินค้าและบริการ กระบวนการทำงาน และรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และเพียรพยายามพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในประเทศ มุ่งสู่ความเป็นผู้นำระดับภูมิภาค และพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับโลก ปัจจุบันเครือฯ มีบริษัทสำคัญกว่า 100 บริษัท ผลิตสินค้ากว่า 64,000 รายการ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก
