เป้าหมายของกำไร? : คำถามที่ไม่ได้รับการตั้ง
The NETWORK (ประเทศไทย)
เครือข่ายความร่วมมือระหว่างร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
http://www.ngobiz.org
ปลายมกราคมที่ผ่านมา The NETWORK เข้าร่วมกิจกรรมการเข้าไปช่วยชาวบ้านเครือข่ายเกษตรอินทรีย์จังหวัดอุบลราชธานีทำการตลาดข้าวอินทรีย์ ของคุณอดิศร พวงชมภู เจ้าของกิจการเสื้อผ้าแบรนด์ “แตงโม” อันเป็นกิจกรรมช่วยเหลือสังคมที่คุณอดิศรทำอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำในหลายพื้นที่ของประเทศไทย สิ่งที่ได้รับมิได้เป็นเพียงการได้เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้เร็วร่วมกันระหว่างนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมากประสบการณ์กับกลุ่มเกษตรกรที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำการเกษตรที่มีคุณภาพด้วยความประณีตเท่านั้น ในหลายคำถามที่คุณอดิศรได้ตั้งให้กับกลุ่มเกษตรกรได้ร่วมกันคิด ช่วยกันตอบ ก็ยิ่งน่าสนใจ โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวกับเป้าหมายของการทำธุรกิจโดยทั่วไป อันทราบกันดีว่าคือ “กำไร” แต่ถ้าผู้ทำธุรกิจ (ในที่นั้นคือเกษตรกร) ตั้งคำถามต่อไปว่า แล้ว “เป้าหมายของกำไรคืออะไร?” หากสามารถตอบคำถามนั้นได้ จนเห็นภาพของเส้นทางของกำไรที่จะนำมาสร้างประโยชน์ให้กับคนในชุมชน กำไรก็เป็นเรื่องน่าสนใจ
และเพียง 2อาทิตย์ถัดมา World Business Council for Sustainable Development ได้นำเสนอวาระใหม่ในการทำธุรกิจในรายงานเรื่อง “Vision 2050: The new agenda for business” ที่เรียกร้องให้ภาคธุรกิจหันมาทบทวนเป้าหมายการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤติ ความเสื่อมทรามของระบบนิเวศน์ การลดลงของทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่สามารถสร้างใหม่ได้ จนอาจไม่เพียงพอต่อจำนวนประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
ที่สำคัญ “เป้าหมายของกำไร?” กลับไม่ได้รับการหยิบยกนำมาพูดคุยในแวดวงธุรกิจสักเท่าไร ยกเว้น คำถามและคำตอบที่คุ้นชินกันแล้วว่า “เป้าหมายของธุรกิจคือกำไร” หากจะสรุปว่า คำถาม “เป้าหมายของกำไร?” รวมทั้ง “การทำธุรกิจใหม่ที่มุ่งเป้าสร้างสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม” เป็นเรื่องไม่สำคัญและไม่จำเป็นเร่งด่วน คงเป็นการด่วนสรุปเกินไป แต่ที่แน่ๆ คำถามนี้ไม่ได้รับการสนใจหรือไม่มีใครยกเป็นประเด็นอย่างเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งท่านผู้อ่านอาจลองหาคำตอบและบอกความสำคัญของคำถามนี้ได้โดยตัวท่านเอง
ในขณะที่ แนวคิดการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันนี้ เรียกร้องให้นักธุรกิจควรมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล (Vision) และควรมีวิธี/ระบบคิดนอกกรอบ (Think out of the box) ตลอดจนการคิดเชิงระบบหรือองค์รวม รวมถึงการมีระบบคิดเชิงบวกที่สามารถปลุกเร้าคุณธรรมความดีงามที่อยู่ภายในใจของตนเองและผู้คนรอบข้าง ทั้งหมดล้วนมีความสำคัญเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจนในคำตอบของคำถามนี้ แนวคิดข้างต้นจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือ ภายใต้เป้าหมายคือกำไร และในภาวะวิกฤติทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน
ความพยายามมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าวอย่างตั้งเอาตั้งใจ เพราะเป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขทางบัญชี อาจทำให้หลงลืม หลายสิ่งหลายอย่างไปในกระบวนการดำเนินงาน ทั้งในเรื่อง ความสุข ความงาม จริยธรรม และคุณความดี นอกเหนือจากการแสวงหารายได้และกำไร จนเกิดภาวะความเครียดในที่ทำงานซึ่งเป็นเวลาส่วนใหญ่ กลายเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับกัน และต่างแสวงหาเวลาพักผ่อนหลังเลิกงานเพื่อหลีกหนีภาวะนั้น
ความพยายามในการตอบคำถาม เป้าหมายของกำไร? ที่อย่างน้อยก็ยังเห็นว่า ไม่จำกัดเฉพาะขอบเขตอันคับแคบของกำไรที่ตกอยู่เพียงเจ้าของกิจการและผู้ถือหุ้นเท่านั้น และ หากสามารถเห็นคำตอบนี้ได้ชัดเจนมากเท่าไร ก็เท่ากับโอกาสในการเปิดพื้นที่จิตใจของตนเอง ในการเข้าถึงจิตใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พร้อมไปกับโอกาสแห่งการสัมผัสความสวยงาม ความสนุกสนาน และรวมถึงความหมายที่แท้จริงของตัวเขาและองค์กรของเขา ก็มากขึ้นเท่านั้น ความสามารถในการตอบคำถามนี้สอดคล้องกับหลักคิดในพุทธธรรมที่เรียกว่า “สัมมาทิฎฐิ” ความเห็นชอบ อันเป็นมรรคหรือแนวทางปฏิบัติแรกสู่การพัฒนาปัญญาให้เห็นหนทางในการทำธุรกิจที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร่วมแก้ปัญหาท่ามกลางวิกฤติสังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน
คำตอบที่ได้จากคำถามนี้ จึงเสมือนเป็นข้อสมมุติอันเป็นความเชื่อที่ไม่ต้องพิสูจน์ (Assumption) ที่อยู่เบื้องหลังการมีวิสัยทัศน์ ความสามารถในการคิดนอกกรอบ อย่างเป็นองค์รวม รวมทั้งความคิดเชิงบวก ดังนั้น The NETWORK (www.ngobiz.org/thailand) จึงขอชวนผู้อ่านเพื่อนำเสนอคำตอบของคำถามนี้ ในลักษณะ “สิ่งที่เราต้องทำ” (What to do) อันเป็นเรื่องราวจากประสบการณ์ลงมือทำของนักธุรกิจไทยมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อตอกย้ำความสำคัญของคำถามนี้และพัฒนาคำตอบร่วมบนฐานจาก Assumption ของนักธุรกิจเหล่านั้นผ่านการลงมือปฏิบัติ (Managerial Practice) เกิดความมั่นใจจนกลายเป็นแรงศรัทธา (Conviction) อย่างมุ่งมั่นบนแนวทางที่ไปไกลกว่าการดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ โดยทั่วไป
