รับมือ Crisis โลกด้วย Green Growth
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัญหาที่สร้างความหวั่นวิตกต่อประชาคมโลก เห็นได้จากผลกระทบรุนแรงที่เกิดขึ้นเกือบทั่วภูมิภาคทั่วโลก และตอกย้ำด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า โลกจะร้อนขึ้นประมาณ 0.2 ถึง 0.5 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ
โดยภายในปลายทศวรรษหน้า (Hougton et al., 1990) ระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้น 65 เซนติเมตร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติในรูปแบบของความแห้งแล้ง ไฟป่า วาตภัย และอุทกภัย ที่บ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่อันสำคัญและเร่งด่วนของทุกประเทศที่จะร่วมคิดหาทางยับยั้งปัญหาดังกล่าว
ในปี 2535 นานาชาติได้ร่วมลงนามรับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change - UNFCC) ที่ประเทศพัฒนาแล้วได้ให้คำมั่นในการร่วมกันลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มความเข้มข้นด้วยข้อผูกพันทางกฎหมายผ่านการลงนามใน พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol)
สำหรับประเทศไทยแม้จะไม่มีพันธกรณีทางกฎหมายในฐานะภาคีสมาชิกในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาก็ตามแต่ได้ร่วมลงสัตยาบันเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบต่อการพยายามแก้ปัญหาดังกล่าวในฐานะประชาคมโลก โดยดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด หรือ Clean Development Mechnism (CDM) เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการรับรองแล้ว 82 โครงการ จากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้กว่า 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
อ่านต่อได้ในเอกสารดาวน์โหลด
การอ่านเอกสารออนไลน์จำเป็นต้องใช้โปรแกรม Flash Player หากไม่มีดาวน์โหลดได้ที่นี่
| Attachment | Size |
|---|---|
| รับมือ Crisis โลกด้วย Green Growth.pdf | 1.09 MB |
